วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566

ชมแนวสันเขื่อนขุนด่านปราการชลด้วยรถนำเที่ยวพร้อมรับฟังคำบรรยายจากไกด์นัก...

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2566

พามาเดินข้ามห้าแยกชิบูย่ากันครับ

วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566

วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา

 วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาตร์มากที่สุดและเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นธรรมดาที่จะพบเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังวัดแห่งนี้ จุดสนใจของวัดใหญ่ชัยมงคลนี้ คือเรื่องราวทางประวัติศาตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ชมเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา ด้านหลังวัดมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ามากราบไหว้ นอกจากนี้ บริเวณ รอบๆ ยังมีมีสวนหย่อมที่สวยงามให้พักผ่อนอีกด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวอยุธยาจึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ประวัติ วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นคือในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิปดีที่ 1 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทองพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.1900 สมเด็จพระเจ้าอู่ทองได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดศพเจ้าแก้ว ซึ่งทิวงคตด้วยอหิวาตกโรคขึ้นมาเผา ที่ปลงศพนั้นโปรดให้สถาปนาเป็นพระอาราม นามว่า วัดป่าแก้ว

ต่อมาคณะสงฆ์สำนักวัดป่าแก้วบวชเรียนมา จากสำนักรัตนมหาเถระ ในประเทศศรีลังกาคณะสงฆ์นี้ได้เป็นที่เคารพเลื่อมใสแก่ชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทำให้ผู้คนต่างมาบวชเรียนในสำนักสงฆ์คณะป่าแก้วมากขึ้น สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จึงทรงตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายนี้เป็นสมเด็จพระวันรัตน มีตำแหน่งเป็นพระสังฆราชฝ่ายขวาคู่กับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสังฆราชฝ่ายคันถธุระ

เรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์ของวัดป่าแก้วมีอยู่ว่า อุโบสถของวัดเคยเป็นที่ซึ่งคณะคิดกำจัดขุนวรวงศาธิราชกับท้าวศรีสุดาจันทร์มาประชุมเสี่ยงเทียนอธิษฐาน ครั้งนั้นได้รับผลสำเร็จจึงอัญเชิญพระเฑียรราชาลาผนวช ขึ้นครองราชสมบัติทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพ.ศ. ๒๑๐๔ ในรัชกาลของสมเด็จพระมหาจักรพรรดินั้นเอง ได้มีพระบรมราชโองการให้เอาสังฆราชวัดป่าแก้วไปสำเร็จโทษ ฐานฝักใฝ่ให้ฤกษ์ยามแก่ฝ่ายกบฎพระศรีศิลป์ พ.ศ. ๒๑๓๕ ในแผ่นดินของพระนเรศวรมหาราช มีเหตุการณ์สำคัญที่ชวนให้เข้าใจว่ามีการสร้างปฎิสังขรณ์เจดีย์ประธานวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศของพระองค์ที่ได้ชัยชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า จึงทำให้เชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อวัดใหญ่ชัยมงคล

จุดที่น่าสนใจ เจดีย์ชัยมงคลอนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรบชนะ มังกะยอชวาพระมหาอุปราชของหงษาวดี ที่ต.หนองสาหร่าย จ.สุพรรณบุรีในครั้งนั้นพม่าได้ยกทัพเข้ามาในขอบขันฑสีมา สมเด็จพระนเรศวรฯ และสมเด็จพระเอกาทศรถผู้เป็นพระอนุชาจึงได้นำทัพไปรับศึก และได้ขับช้างเข้าไปอยู่ในวงล้อมของข้าศึกทีคอยระดมยิงปืนเข้าใส่พระและพระคชาธาร โดยที่เหล่าแม่ทัพนายกองวิ่งตามพะรองค์มาไม่ทันพระองค์จึงประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า พระเจ้าพี่เราจะยืนอยู่ไยในร่มไม้เล่าเชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีกษัตริย์ที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว พระอุปราชของพม่าจึงไสยช้างออกมากระยุทธถีด้วยกันในการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงใช้พระแสงพลผ่ายฟาดฟันพระอุปราชขาดตะพายแล่ง

เมื่อกลับมาสู่พระนครแล้ว พระองค์ก็จะลงโทษเหล่าทหารที่ตามพระไปไม่ทันตอนกระทำศึกยุทธหัตถี ซึ่งมากฏระะเบียบแล้วต้องโทษถึงขึ้นประหารชีวิต ช่วงเวลาที่รออาญาสมเด็จพระพันรัตน พระสังฆราชพร้อมด้วยพระสงฆ์ 25 รูปได้ขอให้พระนเรศวรพระราชทานอภัยยกเว้นโทษให้กับทหารเหล่านั้น โดยให้เหตุผลว่าพระองค์เปรียบดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แวดล้อมด้วยหมู่มารก่อนที่จะตรัสรู้ เป็นการประกาศเกียรติและบารมีความกล้าหาญและเก่งกาจของพระองค์ให้ขจรกระจายไปทั่วแคว้นทั่วแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความมีน้ำพระทัยของพระองค์ ที่มีต่อเหล่าทหารเหล่านั้น และพระะราชทานนามว่า“เจดีย์ชัยมงคล”













วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2565

รถกระเช้าไฟฟ้าตรวจสะพานมีใช้ที่แขวงทางหลวงหนองคายโดยกรมทางหลวงได้จัดซื้อมาใช้งาน๙ึ้งการทำงานของระบบกระเช้าสามรถควบคุมได้ทั้งบนกระเช้าหรือควบคุมได้ที่บนรถได้เลย




 

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565


                      พาขึ้นหอโหวดชมวิวเมืองร้อยเอ็ด360องศา


                         วิธีการซ่อมฝาสูบเครื่องยนต์รถบดสั่นสะเทือนล้อเหล็กยี่ห้อBOMAG BW90A

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561

ทริปเที่ยวฮานอย เวียดนามครับ

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติไทยเราคือวันจักรี ตรงกับวันที่ 6 เมษายนของทุปี ซึ่ง เป็นวันที่ระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และ มหาจักรีบรมราชวงศ์ ผมไม่ได้อัพเดตข้อมูลนานเลย ด้วยภาระกิจหน้าที่รัดติ้ว วันนี้เลยอยากนำเสนอทลิปไปเที่ยวฮานอยมาให้ชมนะครับ การเดินทางไปฮานอยครั้งนี้ผมนั่งเครื่องไปครับ เราสามารถเดินทางโดยทางรถยนต์ก็ได้นะครับหากไปเวียดนามใต้ แต่ครั้งนี้เราไปเวียดนามเหนือจึงต้องนั่งเครื่องไป การเดินทางในเวียดนามในถนนไฮเวย์มีการควบคุมความเร็วอย่างเคร็งครัด จำกัดความเร็วไม่เกิน60กม./ชม.นะครับ หากเดินทางขัามไปอีกเมืองหนึ่งอาจต้องขับรถทั้งวันกว่าจะไปถึงแค่ระยะทาง100กว่ากม.เท่านั้น เชิญชมบรรยากาศได้เลยครับ
ล่องเรือตามลำน้ำชึ่งมีบริการจำนวนมาก

เรือแต่ละลำจะมีคนพายเรือให้ด้วยส่วนใหญ่จะใช้เท้าพายด้วยความคล่องแคล่วเนื่องจากต้องพายเป็นระยะทางไกลมาก


สองฝั่งที่ล่องเรือไปจะสัมผัสบรรยากาศทุ่งนาและภูเขาหินปูนสูงชัน

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

HAPPY NEW YEAR 2013 สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗

HAPPY NEW YEAR 2557 สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งสักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญตลอดปี๒๕๕๗นี้และตลอดไปครับ

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

21-12-12 วันสิ้นโลก

ปีนี้ทั้งปีและเดือนนี้เดือนที่มีข่าวเรื่องโลกจะแตกในวันที่21-12-2012 ตามคำทำนายของเผ่ามายาได้ทำนายไว้เมื่อ5000กว่าปีก่อนพุทธกาล3000ปี สื่อทั้งโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ตประโคมข่าวกันไม่เวันแต่ละวัน ก่อนโลกจะแตกคนก็สติแตกไปเสียแล้วบางคนถึงขนาดลาออกจากงาน จะไปเที่ยวรอบโลก รูดบัตรเครดิตทุกใบเกลี้ยงหมดไปใช้จ่ายจนหมดก่อนที่โลกจะแตกตามวันเวลาที่เขาได้ทำนาย ที่นี้ล่ะคุณจะได้ตายจริงๆก่อนที่โลกจะแตก เพราะทุกข์ไม่มีเงินจะใช้เพราะยังไม่ตายเรื่องนี้สำคัญกว่าเป็นใหนๆ คุณลองคิดดูถ้ามีดาวที่ใหญ่มากๆเกือบเท่าอเมริกาพุ่งชนโลกของเราแล้วคิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตในโลกนี้เหลืออยู่หรือ คนก็คงไม่รอด แล้วคุณจะกักตุนอาหารไว้เพื่อใช้ตอนใหนในเมื่อโลกนี้ไม่เหลือแล้ว เพราะฉะนั้นของให้ทุกคนมีสติ อย่าตื่นตระหนกจนเกินไปเสพสื่ออย่างมีสติ ตั้งสติให้มั้นอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ชมงานแห่ปราสาทผึ้งและแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานฯที่สกลนคร

ในช่วงระหว่างวันที่๒๖-๓๐ตุลาคม๒๕๕๕เป็นช่วงที่มีงานสำคัญของชาวสกลนครและชาวพุทธทั่วทั้งประเทศ อยากที่จะมาเยือนและมาชม คือเทศกาลออกพรรษาทุกปีที่สกลนครจะจัดงานยิ่งใหญ่คืองานแห่ปราสาทผึ้งอันสวยงามตระการตามากชึ่งมีขบวนไม่ต่ำกว่าสิบขบวนแต่ละขบวนก็จะทำปราสาทผึ้งอันสวยงานมาประกวดประชันกันประชาชนทั่วทั้งจังหวัดร่วมกันแสดงความยินดี มีความสุขกับการได้มีส่วนร่วมในงานสำคัญครั้งนี้ ได้ชื่นชมการขบวนแห่อันสวยงามสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่มีมายาวนาน ผลการตัดสินผู้ชนะเลิศปราสาทผึ้งคือคุ้มวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารครับ ขอเชิญชมภาพงานแห่ปราสาทผึ้ง๒๙ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕ครับ







วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ไปเที่ยวเกาหลีด้วยกันครับ



ในวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวเกาหลีแดนกิมจิกันครับชึ่งได้ดองเรื่องนี้ไว้นานแล้วไม่ได้มีโอกาสเขียนชักที แต่ถึงอย่างไรแล้วเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาก็ยังเก็บไว้ในหัวอยู่ตลอดเวลาไม่เคยลืมเลือน ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเกาหลีเที่ยวนี้ไปในนามนักศึกษาป.โท ไปศึกษาดูงานที่เกาหลีมีสมาชิกร่วมเดินทาง300กว่าชีวิตแทบจะเหมาลำไปได้เลยแต่ท่านเชื่อไหมว่าไปทัวร์ทริปเดียวกันแต่นั่งเครื่องคนละลำ เครื่องออกคนละเวลาไปถึงที่นั้นแล้วค่อยจัดขึ้นรถทัวร์ ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณสามทุ่มกว่าทำการโหลดกระเป๋าติดบัตรแล้ว หลังจากนั้ผ่านพิธีที่ด่านตรวจศุลกากรขาออกให้เจ้าหน้าที่ปั้มหนังสือเดินทางขาออกแล้วต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุระเบิดอาวุธโดยในขั้นตอนนี้เราเตรียมสิ่งของที่เป็นโลหะใส่ในตะกร้ากระเป๋าสตางค์นาฬิกากล้อง โน้ตบุ้คนำใส่ในถาดแล้วนำตัวเข้าเครื่องสแกนหากมีสิ่งแปลกปลอมก็จะมีสัญญานดังขึ้นมีอะไรที่จะถอดได้ก็ถอดออกก่อนครับจนไม่มีเสียงดังก็ผ่านเข้าไปได้ จัดแจงอุปกรณ์เข้าที่เดิมให้เรียบร้อยเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนผ่านด่านฯจากนั้นก็เดินผ่านร้านขายของปลอดภาษี อย่าเดินเพลินนะครับเดี๋ยวจะหลงทางต้องรู้ว่าเครื่องเราจอดที่เกตใหนดูร้านแล้วก็พยายามเดินไปทางที่เครื่องจอดหรือจะมาจอดเผื่อจะไม่ต้องเดินไกลเดี๋ยวหลงแล้วเดินไกลไม่ทันขึ้นเครื่องจะตกเครื่องเอา แต่ก็มีเวลาถมเถกว่าเครื่องจะออกก็เที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง เดินไปนั่งรอพักที่เกตที่เครื่องจะจอดส่งผู้โดยสารขาเข้าแล้วก็รับผู้โดยสารขาออกด้วย นั่งรอนอนรอจนได้เวลาเครื่องมาถึงจนส่งผู้โดยสารเสร็จที่เครื่องก็จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมทุกอย่างแล้วก็ให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องได้ ถึงเวลาจะได้พักบนเครื่องชะที ได้เวลาเครื่องออกแล้วครับตื่นเต้นครับไม่ใช่ไม่เคยนั่งเครื่องหรอกแต่หากได้ไปเที่ยวที่ต่างๆแล้วรู้สึกดีครับแอร์บนเครื่องแต่ละคนแล้วยังกับนางฟ้าเลยล่ะ ลองคิดดูวัยรุ่นเมืองไทยกำลังเห่อเกาหลี แล้วทำใมผลจะเห่อบ้างไม่ได้ยิ่งเจอแบบนี้แล้ว เฮ่อใจหวิวๆ แล้วเครื่องก็พุตแบ็กจากหลุมจอดแล้วแท็กชี่ออกไปบนทางวิ่งอย่างช้าๆ จนไปถึงหัวสนามบินเลี้ยวขึ้นรันเวย์เตรียมตัวเทคอ้อฟ เมื่อทุกอย่างพร้อม เสียงเครื่องยนต์เจ็ตแผดเสียงดังกระหึ่มแม้แต่ในห้องโดยสารก็ไม่อาจเลี่ยงเสียงนั้นได้ด้วยพลังขับเคลื่อนมหาศาลทำให้นกเหล็กลำมหึมาเริ่มออกตัวทยานพุ่งตัวออกไปข้างหน้าเพื่อเกาะอากาศโผบินเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยแรงผลักไปด้านหน้ามหาศาล ทำให้ผู้โดยสารในขณะนั้นต้องแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะนั่งยังกับติดด้วยกาวตราช้างยังใงยังงั้น หลังจากล้อพ้นพื้นรันเวย์แล้วเครื่องลอยขึ้นทำมุมเกือบ45องศาด้วยความเร็วเกือบ250น้อต..
เอาไว้ผมจะมาต่อในตอนต่อไปครับสำหรับตอนนี้ขอหลับไปบนเครื่องก่อนนะครับ

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มารู้จักพระธาตุดุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครกันครับ

                                         ประวัติพระธาตุดุม


พระธาตุดุม ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุดุม มีชุมชนล้อมรอบวัด พระธาตุดุมมีปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง 4 ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน การกำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 ศิลปะเขมรแบบบาปวน

   

   วัดพระธาตุดุมเป็นวัดหนึ่งที่มีโบราณสถานสำคัญ คือ พระธาตุดุม หรือปราสาทพระธาตุดุม ซึ่งอยู่ห่างจากพระธาตุเชิงชุมประมาณ ๒ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากคูเมืองสกลนครชั้นนอกเพียงเล็กน้อย จึงเชื่อว่าแต่เดิมที่ตั้งบริเวณพระธาตุดุมคงเป็นหมู่บ้านทางด้านทิศใต้ของคูเมืองชั้นนอกแต่ต่อมาได้รกร้างไป เพิ่งจะตั้งเป็นหมู่บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วด่อน เมื่อประมาณ ๒๐ ปีมานี้เอง 


            อย่างไรก็ตามในทางโบราณคดีถือว่า ปราสาทพระธาตุดุม น่าจะเป็นปราสาทอิฐที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ตอนต้น ดังจะเห็นว่ามีแผ่นทับหลังทิศใต้เหลืออยู่เป็นภาพสลักตามแบบศิลปสมัยคลัง ส่วนคติที่ว่าสร้างเนื่องในพุทธศาสนา หรือคติพราหมณ์ลัทธิฮินดูนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อาจเป็นไปได้ที่สร้างเนื่องในคติพุทธศาสนามหายาน ซึ่งจะพบลักษณะกู่แบบนี้หลายแห่งในจังหวัดมหาสารคามและภาคอีสานตอนบน แสดงว่ามีการซ่อมโบราณสถานแห่งนี้ในเวลาต่อมาหลังจากพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ซึ่งเป็นช่วงที่พุทธศาสนาหินยานได้จากอาณาจักรล้านช้างได้แพร่หลายเข้าสู่ดินแดนภาคอีสานแถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนอีกครั้งหนึ่ง ดังปรากฏศิลาจารึกที่กล่าวถึงนามของพระภิกษุ "พระมหาเชียงดุมเจ้า" ซึ่งขุดพบโดยกรมศิลปากร 


             วัดพระธาตุดุมเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อมีหมู่บ้านขนาดเล็กไม่นานมานี้ โดยสภาพหมู่บ้านรุ่นแรกที่ตั้งขึ้น เป็นหมู่บ้านของชาวนา ดังนั้นการก่อสร้างอาคารกุฏิจึงสร้างอย่างสภาพพออยู่อาศัยได้เท่านั้น ยิ่งกว่านั้นการสร้างอาคารอื่น ๆ โบสถ์ วิหาร ศาลา หอฉัน ยังมิได้สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ดังนั้นทางวัดจึงต้องสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์รวมกันได้ทั้งหมด นั้นคือการสร้างศาลาวัดและขณะเดียวกันก็ใช้สำหรับประกอบพิธีลงอุโบสถของพระภิกษุสงฆ์ไปพร้อมกันด้วย
เมื่อมีการสร้างศาลาวัด ทางวัดมิได้มีความเข้าใจกฏระเบียบของกรมศิลปากรที่ให้สร้างห่างจากโบราณสถาน ๑๐ เมตร แต่ทางวัดกลับสร้างอาคารศาลาประชิดตัวองค์พระธาตุดุม นอกจากนี้ยังสร้างถังเก็บน้ำฝนบริเวณด้านศาลา ซึ่งขัดต่อทัศนวิสัยการมองเห็นองค์พระธาตุนับเป็นปัญหาสำคัญ 




                 วัดพระธาตุดุมแบ่งเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาสออกจากกันค่อนข้างชัดเจนส่วนที่เป็นกุฎิที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์อยู่ด้านหลังองค์พระธาตุ ถือเป็นเขตสังฆาวาส ส่วนบริเวณศาลาและองค์พระธาตุถือเป็นเขตพุทธาวาส
                 ในสภาพปัจจุบัน บริเวณวัดพระธาตุดุม โดยเฉพาะหน้าองค์พระธาตุได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าสภาพเดิมเป็นอันมาก ทั้งนี้โดยงบประมาณสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าจ้างเทศบาลสกลนครตกแต่งให้มีทางเข้า ที่จอดรถยนต์ และทางวัดจัดให้รถยนต์วิ่งได้ตามถนนรอบนอกพระธาตุ
            ข้อมูลเพื่อการเดินทางไปวัดพระธาตุดุม  พระธาตุดุมอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองจังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน ถนนสาย รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนศึกษา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5 กิโลเมตร หากท่านสนใจที่จะมาเที่ยวชุมโบราณสถานในจังหวัดสกลนคร มีอยู่มากมาย ทั้งพระธาตุเชิงชุม พระธาตุนารายเจงเวง พระธาตุภูเพก หรือสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติเช่นหนองหารหลวง พระตำหนักภูพานราชนิเวช อุทยานแห่งชาติภูพาน เป็นต้น
          ทางรถยนต์   สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศวีไอพี,ชั้น1,ชั้น2จากสถานีขนส่งหมอชิต มีทั้งช่วงเช้าและบ่าย

           ทางอากาศ   สามารถเดินทางโดยทางเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองด้วยสายการบินนกแอร์มีบริการวันละ 4 เที่ยวบินทุกวัน

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การขายภาพถ่ายออนไลน์ที่เว็บ shutterstock

วิธีการส่งภาพขายออนไลน์ที่เว็บSHUTTERSTOCK เว็บขายภาพถ่ายยอดนิยมสำหรับชาวstockphoto หากสามารถส่งภาพเข้าไปสอบแล้ว ผ่านเข้าไปขายที่เว็บนี้ได้แล้ว อัตราการดาวน์โหลดที่นี่ได้ผลตอบแทนดีมากเลยครับ จ่ายขั้นต่ำ0.25$ ต่อการดาวน์โหลด1ดาวน์โหลดแบบสมาชิก ถ้ามีภาพในพอร์ตขั้นต่ำร้อยภาพขึ้นไปท่านก็จะสามารถมีโหลดเข้ามาทุกวัน ดีกว่าเก็บภาพไว้ในฮาร์สดิสเฉยๆ ให้คัดภาพที่ท่านว่าดีที่สุดสิบภาพแล้วส่งไปลองสอบดูนะครับหรือไม่เข้าใจยังใงผมช่วยท่านได้จนสามารถสอบผ่านได้ครับ
ขั้นแรกเลยต้องมีpasspost ก่อนเพื่อใช้ยืนยันในการสมัคร
สองต้องเปิดบัญชีpaypalเพื่อใช้ในการโอนเงินเข้าบัญชีหากมียอดเงินเข้าตามที่เราระบุไว้ขั้นต่ำ100$ดอลล่า
สามเตรียมภาพถ่ายที่ดีที่สุดจำนวนสิบภาพเพื่อส่งเข้าไปสอบก่อน หากภาพที่ส่งไปผ่านการพิจารณาอย่างน้อย7ภาพใน10ภาพ ท่านก็สามารถส่งภาพเข้าไปขายได้แล้วหล่ะครับ
1.เข้าไปที่ตามลิ้งค์นี้เลยhttp://submit.shutterstock.com/ เพื่อลงทะเบียนกับshutterstock
2.หลังจากนั้นก็ไปด้านล่างสุดซ้ายมือของหน้าเวบตรงที่เขียนว่า sign up now เข้าไปตามลิ้งค์เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวเลยครับ เมื่อสร้างบัญชีของเราแล้วก็เข้าไปตรง become a contributor เพื่อสมัครเป็นช่างภาพกับshutterstock
3 .กรอกข้อมูลต่างๆลงไปให้ครบนะครับแล้วยืนยันในขั้นตอนสุดท้าย
เดี๋ยวมาต่อในวันหลังนะครับจะอธิบายให้ละเอียดเลยใครไม่เข้าใจเมล์มาสอบถามได้นะครับ