วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

HAPPY NEW YEAR 2013 สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗

HAPPY NEW YEAR 2557 สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งสักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวจงมีแต่ความสุขความเจริญตลอดปี๒๕๕๗นี้และตลอดไปครับ

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

21-12-12 วันสิ้นโลก

ปีนี้ทั้งปีและเดือนนี้เดือนที่มีข่าวเรื่องโลกจะแตกในวันที่21-12-2012 ตามคำทำนายของเผ่ามายาได้ทำนายไว้เมื่อ5000กว่าปีก่อนพุทธกาล3000ปี สื่อทั้งโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ตประโคมข่าวกันไม่เวันแต่ละวัน ก่อนโลกจะแตกคนก็สติแตกไปเสียแล้วบางคนถึงขนาดลาออกจากงาน จะไปเที่ยวรอบโลก รูดบัตรเครดิตทุกใบเกลี้ยงหมดไปใช้จ่ายจนหมดก่อนที่โลกจะแตกตามวันเวลาที่เขาได้ทำนาย ที่นี้ล่ะคุณจะได้ตายจริงๆก่อนที่โลกจะแตก เพราะทุกข์ไม่มีเงินจะใช้เพราะยังไม่ตายเรื่องนี้สำคัญกว่าเป็นใหนๆ คุณลองคิดดูถ้ามีดาวที่ใหญ่มากๆเกือบเท่าอเมริกาพุ่งชนโลกของเราแล้วคิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตในโลกนี้เหลืออยู่หรือ คนก็คงไม่รอด แล้วคุณจะกักตุนอาหารไว้เพื่อใช้ตอนใหนในเมื่อโลกนี้ไม่เหลือแล้ว เพราะฉะนั้นของให้ทุกคนมีสติ อย่าตื่นตระหนกจนเกินไปเสพสื่ออย่างมีสติ ตั้งสติให้มั้นอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ชมงานแห่ปราสาทผึ้งและแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานฯที่สกลนคร

ในช่วงระหว่างวันที่๒๖-๓๐ตุลาคม๒๕๕๕เป็นช่วงที่มีงานสำคัญของชาวสกลนครและชาวพุทธทั่วทั้งประเทศ อยากที่จะมาเยือนและมาชม คือเทศกาลออกพรรษาทุกปีที่สกลนครจะจัดงานยิ่งใหญ่คืองานแห่ปราสาทผึ้งอันสวยงามตระการตามากชึ่งมีขบวนไม่ต่ำกว่าสิบขบวนแต่ละขบวนก็จะทำปราสาทผึ้งอันสวยงานมาประกวดประชันกันประชาชนทั่วทั้งจังหวัดร่วมกันแสดงความยินดี มีความสุขกับการได้มีส่วนร่วมในงานสำคัญครั้งนี้ ได้ชื่นชมการขบวนแห่อันสวยงามสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่มีมายาวนาน ผลการตัดสินผู้ชนะเลิศปราสาทผึ้งคือคุ้มวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารครับ ขอเชิญชมภาพงานแห่ปราสาทผึ้ง๒๙ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕ครับ







วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ไปเที่ยวเกาหลีกันมั่ย



ในวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวเกาหลีแดนกิมจิกันครับชึ่งได้ดองเรื่องนี้ไว้นานแล้วไม่ได้มีโอกาสเขียนชักที แต่ถึงอย่างไรแล้วเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาก็ยังเก็บไว้ในหัวอยู่ตลอดเวลาไม่เคยลืมเลือน ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเกาหลีเที่ยวนี้ไปในนามนักศึกษาป.โท ไปศึกษาดูงานที่เกาหลีมีสมาชิกร่วมเดินทาง300กว่าชีวิตแทบจะเหมาลำไปได้เลยแต่ท่านเชื่อไหมว่าไปทัวร์ทริปเดียวกันแต่นั่งเครื่องคนละลำ เครื่องออกคนละเวลาไปถึงที่นั้นแล้วค่อยจัดขึ้นรถทัวร์ ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณสามทุ่มกว่าทำการโหลดกระเป๋าติดบัตรแล้ว หลังจากนั้ผ่านพิธีที่ด่านตรวจศุลกากรขาออกให้เจ้าหน้าที่ปั้มหนังสือเดินทางขาออกแล้วต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุระเบิดอาวุธโดยในขั้นตอนนี้เราเตรียมสิ่งของที่เป็นโลหะใส่ในตะกร้ากระเป๋าสตางค์นาฬิกากล้อง โน้ตบุ้คนำใส่ในถาดแล้วนำตัวเข้าเครื่องสแกนหากมีสิ่งแปลกปลอมก็จะมีสัญญานดังขึ้นมีอะไรที่จะถอดได้ก็ถอดออกก่อนครับจนไม่มีเสียงดังก็ผ่านเข้าไปได้ จัดแจงอุปกรณ์เข้าที่เดิมให้เรียบร้อยเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนผ่านด่านฯจากนั้นก็เดินผ่านร้านขายของปลอดภาษี อย่าเดินเพลินนะครับเดี๋ยวจะหลงทางต้องรู้ว่าเครื่องเราจอดที่เกตใหนดูร้านแล้วก็พยายามเดินไปทางที่เครื่องจอดหรือจะมาจอดเผื่อจะไม่ต้องเดินไกลเดี๋ยวหลงแล้วเดินไกลไม่ทันขึ้นเครื่องจะตกเครื่องเอา แต่ก็มีเวลาถมเถกว่าเครื่องจะออกก็เที่ยงคืนกว่าเกือบตีหนึ่ง เดินไปนั่งรอพักที่เกตที่เครื่องจะจอดส่งผู้โดยสารขาเข้าแล้วก็รับผู้โดยสารขาออกด้วย นั่งรอนอนรอจนได้เวลาเครื่องมาถึงจนส่งผู้โดยสารเสร็จที่เครื่องก็จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมทุกอย่างแล้วก็ให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องได้ ถึงเวลาจะได้พักบนเครื่องชะที ได้เวลาเครื่องออกแล้วครับตื่นเต้นครับไม่ใช่ไม่เคยนั่งเครื่องหรอกแต่หากได้ไปเที่ยวที่ต่างๆแล้วรู้สึกดีครับแอร์บนเครื่องแต่ละคนแล้วยังกับนางฟ้าเลยล่ะ ลองคิดดูวัยรุ่นเมืองไทยกำลังเห่อเกาหลี แล้วทำใมผลจะเห่อบ้างไม่ได้ยิ่งเจอแบบนี้แล้ว เฮ่อใจหวิวๆ แล้วเครื่องก็พุตแบ็กจากหลุมจอดแล้วแท็กชี่ออกไปบนทางวิ่งอย่างช้าๆ จนไปถึงหัวสนามบินเลี้ยวขึ้นรันเวย์เตรียมตัวเทคอ้อฟ เมื่อทุกอย่างพร้อม เสียงเครื่องยนต์เจ็ตแผดเสียงดังกระหึ่มแม้แต่ในห้องโดยสารก็ไม่อาจเลี่ยงเสียงนั้นได้ด้วยพลังขับเคลื่อนมหาศาลทำให้นกเหล็กลำมหึมาเริ่มออกตัวทยานพุ่งตัวออกไปข้างหน้าเพื่อเกาะอากาศโผบินเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยแรงผลักไปด้านหน้ามหาศาล ทำให้ผู้โดยสารในขณะนั้นต้องแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะนั่งยังกับติดด้วยกาวตราช้างยังใงยังงั้น หลังจากล้อพ้นพื้นรันเวย์แล้วเครื่องลอยขึ้นทำมุมเกือบ45องศาด้วยความเร็วเกือบ250น้อต..
เอาไว้ผมจะมาต่อในตอนต่อไปครับสำหรับตอนนี้ขอหลับไปบนเครื่องก่อนนะครับ

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มารู้จักพระธาตุดุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครกันครับ

                                         ประวัติพระธาตุดุม


พระธาตุดุม ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุดุม มีชุมชนล้อมรอบวัด พระธาตุดุมมีปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง 4 ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน การกำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 ศิลปะเขมรแบบบาปวน

   

   วัดพระธาตุดุมเป็นวัดหนึ่งที่มีโบราณสถานสำคัญ คือ พระธาตุดุม หรือปราสาทพระธาตุดุม ซึ่งอยู่ห่างจากพระธาตุเชิงชุมประมาณ ๒ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากคูเมืองสกลนครชั้นนอกเพียงเล็กน้อย จึงเชื่อว่าแต่เดิมที่ตั้งบริเวณพระธาตุดุมคงเป็นหมู่บ้านทางด้านทิศใต้ของคูเมืองชั้นนอกแต่ต่อมาได้รกร้างไป เพิ่งจะตั้งเป็นหมู่บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วด่อน เมื่อประมาณ ๒๐ ปีมานี้เอง 


            อย่างไรก็ตามในทางโบราณคดีถือว่า ปราสาทพระธาตุดุม น่าจะเป็นปราสาทอิฐที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ตอนต้น ดังจะเห็นว่ามีแผ่นทับหลังทิศใต้เหลืออยู่เป็นภาพสลักตามแบบศิลปสมัยคลัง ส่วนคติที่ว่าสร้างเนื่องในพุทธศาสนา หรือคติพราหมณ์ลัทธิฮินดูนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อาจเป็นไปได้ที่สร้างเนื่องในคติพุทธศาสนามหายาน ซึ่งจะพบลักษณะกู่แบบนี้หลายแห่งในจังหวัดมหาสารคามและภาคอีสานตอนบน แสดงว่ามีการซ่อมโบราณสถานแห่งนี้ในเวลาต่อมาหลังจากพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ซึ่งเป็นช่วงที่พุทธศาสนาหินยานได้จากอาณาจักรล้านช้างได้แพร่หลายเข้าสู่ดินแดนภาคอีสานแถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนอีกครั้งหนึ่ง ดังปรากฏศิลาจารึกที่กล่าวถึงนามของพระภิกษุ "พระมหาเชียงดุมเจ้า" ซึ่งขุดพบโดยกรมศิลปากร 


             วัดพระธาตุดุมเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อมีหมู่บ้านขนาดเล็กไม่นานมานี้ โดยสภาพหมู่บ้านรุ่นแรกที่ตั้งขึ้น เป็นหมู่บ้านของชาวนา ดังนั้นการก่อสร้างอาคารกุฏิจึงสร้างอย่างสภาพพออยู่อาศัยได้เท่านั้น ยิ่งกว่านั้นการสร้างอาคารอื่น ๆ โบสถ์ วิหาร ศาลา หอฉัน ยังมิได้สร้างขึ้นโดยเฉพาะ ดังนั้นทางวัดจึงต้องสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์รวมกันได้ทั้งหมด นั้นคือการสร้างศาลาวัดและขณะเดียวกันก็ใช้สำหรับประกอบพิธีลงอุโบสถของพระภิกษุสงฆ์ไปพร้อมกันด้วย
เมื่อมีการสร้างศาลาวัด ทางวัดมิได้มีความเข้าใจกฏระเบียบของกรมศิลปากรที่ให้สร้างห่างจากโบราณสถาน ๑๐ เมตร แต่ทางวัดกลับสร้างอาคารศาลาประชิดตัวองค์พระธาตุดุม นอกจากนี้ยังสร้างถังเก็บน้ำฝนบริเวณด้านศาลา ซึ่งขัดต่อทัศนวิสัยการมองเห็นองค์พระธาตุนับเป็นปัญหาสำคัญ 




                 วัดพระธาตุดุมแบ่งเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาสออกจากกันค่อนข้างชัดเจนส่วนที่เป็นกุฎิที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์อยู่ด้านหลังองค์พระธาตุ ถือเป็นเขตสังฆาวาส ส่วนบริเวณศาลาและองค์พระธาตุถือเป็นเขตพุทธาวาส
                 ในสภาพปัจจุบัน บริเวณวัดพระธาตุดุม โดยเฉพาะหน้าองค์พระธาตุได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าสภาพเดิมเป็นอันมาก ทั้งนี้โดยงบประมาณสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าจ้างเทศบาลสกลนครตกแต่งให้มีทางเข้า ที่จอดรถยนต์ และทางวัดจัดให้รถยนต์วิ่งได้ตามถนนรอบนอกพระธาตุ
            ข้อมูลเพื่อการเดินทางไปวัดพระธาตุดุม  พระธาตุดุมอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองจังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน ถนนสาย รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนศึกษา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5 กิโลเมตร หากท่านสนใจที่จะมาเที่ยวชุมโบราณสถานในจังหวัดสกลนคร มีอยู่มากมาย ทั้งพระธาตุเชิงชุม พระธาตุนารายเจงเวง พระธาตุภูเพก หรือสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติเช่นหนองหารหลวง พระตำหนักภูพานราชนิเวช อุทยานแห่งชาติภูพาน เป็นต้น
          ทางรถยนต์   สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารปรับอากาศวีไอพี,ชั้น1,ชั้น2จากสถานีขนส่งหมอชิต มีทั้งช่วงเช้าและบ่าย

           ทางอากาศ   สามารถเดินทางโดยทางเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองด้วยสายการบินนกแอร์มีบริการวันละ 4 เที่ยวบินทุกวัน